มือใหม่ห้ามพลาด! 10 วิธีดูแลแบตเตอรี่รถ EV ให้อึด ถึก ทน

รู้หรือไม่? แบตเตอรี่i5 EV คือชิ้นส่วนที่แพงที่สุด

ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 30% ของตัวรถ และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ที่อาจแตะหลักหลายแสนบาท การรู้วิธีถนอมแบตเตอรี่ จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ แม้จะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้นานกว่า 10 ปี แต่ถ้าอยากยืดอายุให้ยาวนานขึ้น วันนี้เรามี 10 เคล็ดลับ วิธีดูแลแบตเตอรี่รถ EV ง่าย ๆ รับรองว่าสุขภาพแบตเตอรี่ EV ของคุณจะแข็งแรงไปอีกนานแน่นอน

1. กฎการชาร์จ 20% – 80%

รักษาประจุไฟให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 20% – 80% หลีกเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% หรือปล่อยให้ต่ำกว่า 20% บ่อยเกินไป เพราะการชาร์จเต็มจะทำให้เซลล์เกิดความเครียด ส่วนการปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยง จะเร่งการเสื่อมสภาพของเซลล์ สำหรับการใช้งานปกติ แนะนำให้ตั้งค่าการชาร์จไว้ที่ 80% – 90% และเลือกใช้การชาร์จด่วนเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อลดการสะสมความร้อน นอกจากนี้ การชาร์จสม่ำเสมอเป็นช่วงสั้น ๆ จะช่วยให้ระบบจัดการแบตเตอรี่ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ตรวจเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็น

แบตเตอรี่รถ EV ไวต่อความร้อนสูง จึงควรหมั่นตรวจเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็น ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ห้ามปล่อยให้น้ำยาแห้งเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบระบายความร้อน ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยตรง โดยข้อควรระวังคือน้ำยาหล่อเย็นของรถ EV มักเป็นสูตรเฉพาะที่มีคุณสมบัติไม่นำไฟฟ้า ห้ามเติมน้ำเปล่า หรือน้ำยาหล่อเย็นทั่วไป ของรถน้ำมันแทนเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหายได้ เพื่อป้องกันความผิดพลาด ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ศูนย์บริการแนะนำเท่านั้น

3. อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 20% นานเกินไป

ไม่ใช้งานแบตเตอรี่จนเกือบหมดบ่อย ๆ เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน จะมีความเสถียรที่สุด เมื่อมีประจุไฟฟ้าอยู่ระหว่าง 20-80% หากคุณขับระยะสั้นบ่อย ๆ จนลืมชาร์จ และปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือน้อยเกินไปเป็นเวลานาน เซลล์แบตเตอรี่จะเกิดความเครียดสูงและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น หากต้องจอดรถทิ้งไว้นานเกินสัปดาห์ ควรให้มีระดับไฟคงเหลืออย่างน้อย 50-60% เพื่อรักษาสมดุลแรงดันไฟฟ้าภายในเซลล์ให้สมบูรณ์ที่สุด

4. ใช้สายชาร์จมาตรฐาน

เจ้าของรถไฟฟ้าหรือไฮบริด เช่น แบรนด์ Chery ควรเลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และถนอมระบบไฟฟ้าในระยะยาว โดยควรเน้นการชาร์จแบบปกติ (AC Charge) เป็นหลัก เพราะการชาร์จเร็ว (DC Fast Charge) จะมีการปล่อยกระแสไฟสูง และเกิดความร้อนสะสมมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าการชาร์จปกติ

5. ปิดระบบไฟฟ้าก่อนลงจากรถ

ก่อนลงจากรถทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจทำงานค้างไว้ เช่น กล้องหน้ารถ หรืออุปกรณ์ชาร์จที่เสียบคาพอร์ต USB ไว้ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ จะดึงไฟจากแบตเตอรี่ลูกเล็ก (12V) ตลอดเวลา หากแบตเตอรี่ลูกเล็กหมด รถจะส่งไฟไปปลุกระบบแบตเตอรี่ใหญ่ไม่ได้ ทำให้สตาร์ตรถไม่ได้ แม้จะมีไฟเต็มก็ตาม การรักษาแรงดันแบตเตอรี่ 12V ให้คงที่ จึงเป็นการช่วยถนอมระบบไฟฟ้าของรถ EV นั่นเอง

6. ใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าในโหมด Ready เสมอ

เพื่อยืดอายุ แบตเตอรี่สำรอง (12V) ควรเปิดระบบรถให้อยู่ในสถานะ Ready ก่อนใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเสมอ เนื่องจากในโหมดนี้ แบตเตอรี่ลูกใหญ่จะส่งพลังงานมาช่วยหล่อเลี้ยง และชาร์จไฟคืนให้แบตเตอรี่ลูกเล็กตลอดเวลา หากเปิดแอร์หรือวิทยุทิ้งไว้ในโหมด Accessoryแบตเตอรี่ลูกเล็กจะทำงานหนัก และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งอาจทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทำงานผิดปกติได้

7. หมั่นรักษาความสะอาดขั้วแบตเตอรี่สำรอง

แม้จะเป็นรถ EV แต่ก็ยังมีแบตเตอรี่ลูกเล็ก (12V) ที่คอยเลี้ยงระบบสั่งการและกุญแจรีโมต จึงควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดคราบฝุ่น หรือคราบขี้เกลือ ที่ขั้วแบตเตอรี่ ด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หากพบคราบเขียวเกาะแน่น ให้ขัดออกด้วยเบกกิ้งโซดาผสมน้ำ แล้วทาจาระบีกันสนิมทับบาง ๆ เพราะสิ่งสกปรกเหล่านี้ อาจทำให้ไฟรั่วไหล และระบบปลุกรถทำงานผิดพลาดได้ นอกจากนี้ ควรตรวจเช็กตัวยึดแบตเตอรี่ให้แน่นเสมอ เพราะแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ อาจทำให้ขั้วหลวมจนรถสตาร์ตไม่ติดได้

8. ปรับสไตล์การขับขี่

แม้รถ EV จะมีแรงบิดสูง และออกตัวได้ทันใจ แต่การเหยียบคันเร่งรุนแรง หรือเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง จะทำให้แบตเตอรี่ต้องจ่ายพลังงานมหาศาลในทันที ซึ่งสร้างภาระหนักต่อทั้งเซลล์แบตเตอรี่และมอเตอร์ แนะนำให้เริ่มต้นออกตัวอย่างนุ่มนวล พร้อมใช้ระบบ Regenerative Braking เพื่อปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ขณะชะลอรถ ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะทางวิ่ง และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น

9. จอดในร่มเลี่ยงแดดจัด

เนื่องจากแบตเตอรี่มีความไวต่อสภาพอากาศที่รุนแรง ความร้อนจัดจะส่งผลกระทบต่อปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ ทำให้ระบบระบายความร้อนต้องทำงานหนักขึ้น แม้ในขณะจอด ส่วนความเย็นจัดจะทำให้ประสิทธิภาพการจ่ายไฟลดลง การจอดรถในที่ร่มหรือมีหลังคาปิดเสมอ จะช่วยรักษาอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้คงที่ ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น

10. การดูแลเมื่อต้องจอดรถทิ้งไว้นาน

หากมีความจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้นานเกิน 1 สัปดาห์ ไม่แนะนำให้ปล่อยแบตเตอรี่ต่ำกว่า 20% หรือชาร์จเต็ม 100% ระดับไฟที่เหมาะสมที่สุดในการจอดทิ้งไว้คือ 50-80% เพื่อรักษาแรงดันภายในเซลล์แบตเตอรี่ให้เสถียรที่สุด ส่วนแบตเตอรี่ลูกเล็ก (12V) ในรถ EV รุ่นใหม่มักมีระบบชาร์จไฟ จากแบตใหญ่มาเลี้ยงแบตเล็กอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่หากกังวลเรื่องไฟหมด แนะนำให้หาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติมาเสียบค้างไว้ แทนการถอดขั้วลบ เพื่อให้ระบบกันขโมย และซอฟต์แวร์ของรถยังทำงานได้ตามปกติ

และนี่คือ 10 เคล็ดลับง่าย ๆ ในการยืดอายุแบตเตอรี่รถ EV ให้ยาวนานยิ่งขึ้น อย่ารอจนแบตเตอรี่ส่งสัญญาณเตือน แล้วค่อยเริ่มดูแล เพราะการถนอมตั้งแต่วันนี้ คือวิธีที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก: chery.co.id, sunvoltbat.com, arvaltrading.com, fotovol.com