
หน้าร้อนของเมืองไทยไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การดูแลรถยนต์ไฟฟ้าให้สู้แดดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แม้ตัวรถจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะอยู่แล้ว แต่การปรับพฤติกรรมการใช้งานเพียงเล็กน้อย ก็สามารถช่วยลดภาระของระบบ และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นได้ เพียงทำตาม 10 เทคนิค วิธีดูแลรถไฟฟ้าช่วงหน้าร้อนง่าย ๆ ต่อไปนี้
1. จอดรถในที่ร่ม

การจอดตากแดดเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ ต้องทำงานตลอดเวลาแม้ดับเครื่อง ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรจอดรถในที่ร่ม เพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป และทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ แต่หากจำเป็นต้องจอดรถกลางแจ้งจริง ๆ ควรใช้ม่านบังแดดหน้า หรือคลุมรถด้วยผ้าคลุมที่สะท้อนรังสียูวี พร้อมแง้มกระจกลงเล็กน้อย เพื่อช่วยระบายความร้อนสะสม ภายในห้องโดยสาร
2. เปิดแอร์ก่อนขึ้นรถ

รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ สามารถสั่งเปิดแอร์ล่วงหน้าผ่านแอปฯ ได้ ซึ่งเทคนิคสำคัญคือ ควรเปิดแอร์ในขณะที่รถยังเสียบสายชาร์จอยู่ เพื่อให้ระบบดึงพลังงานจากไฟบ้าน มาใช้ทำความเย็น แทนการดึงประจุไฟฟ้า จากแบตเตอรี่ วิธีนี้จะช่วยถนอมแบตเตอรี่ และทำให้ห้องโดยสารเย็นสบาย ทันทีที่ก้าวขึ้นรถ เมื่ออุณหภูมิในห้องโดยสารเย็นคงที่แล้ว ให้ลดระดับพัดลมลง และเปิดใช้งานระบบระบายอากาศที่เบาะ ร่วมกับโหมดหมุนเวียนอากาศภายในรถ จะช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย แต่ไม่สร้างภาระให้คอมเพรสเซอร์แอร์ ทำงานหนักจนเกินไป
3. อย่าชาร์จทันทีหลังขับเสร็จ

หลังจากการขับขี่ทางไกล แบตเตอรี่จะมีความร้อนสะสมในเซลล์ค่อนข้างมาก หากเริ่มชาร์จทันที อุณหภูมิภายในจะพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานได้ จึงควรจอดพักรถประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้อุณหภูมิแบตเตอรี่ลดลง สู่ระดับที่เหมาะสมก่อนเริ่มชาร์จ นอกจากนี้ การเลือกชาร์จในช่วงที่อากาศเย็น ตอนกลางคืนหรือเช้ามืด จะช่วยให้ระบบระบายความร้อน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและถนอมเซลล์แบตเตอรี่ได้ดีที่สุด
4. คุมระดับแบตเตอรี่ ยึดหลักการชาร์จ 20% – 80%

ในช่วงที่อากาศร้อนจัด แบตเตอรี่ที่มีประจุเต็ม 100% จะเกิดปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ที่รุนแรงกว่าปกติ ทำให้เกิดความร้อนสะสม แนะนำให้ตั้งค่าจำกัดการชาร์จ ผ่านแอปพลิเคชันไว้ที่ 80% เพื่อลดความเครียดทางความร้อนภายในเซลล์ และพยายามรักษาประจุไฟไม่ให้ต่ำกว่า 20% จะช่วยปกป้องแบตเตอรี่ และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด
5. หลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วต่อเนื่อง

ในวันที่อากาศร้อนจัด ควรหลีกเลี่ยงการใช้การชาร์จเร็ว ติดต่อกันหลายครั้งเกินจำเป็น เช่น การชาร์จด่วนซ้ำ ๆ ระหว่างการเดินทางไกล เพื่อให้ระบบจัดการความร้อนได้พัก และลดอุณหภูมิสะสมภายในเซลล์แบตเตอรี่ลงบ้าง เนื่องจากกระแสไฟแรงสูง จากการชาร์จแบบ Fast Charge จะสร้างความร้อนมหาศาลภายในระบบ เมื่อรวมกับอุณหภูมิภายนอกที่สูงขึ้น จะยิ่งทำให้ระบบระบายความร้อน ต้องทำงานหนักกว่าปกติ แนะนำให้เลือกใช้การชาร์จแบบธรรมดาเป็นหลัก เพราะมีความร้อนสะสมต่ำกว่าและช่วยถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดีในระยะยาว
6. เช็กลมยางให้พอดี

อย่าลืมตรวจเช็กลมยาง ให้ตรงตามค่ามาตรฐานอยู่เสมอ และควรตรวจวัดในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน จะทำให้อากาศภายในยางขยายตัว และแรงดันลมยางพุ่งสูงขึ้นเอง ซึ่งการเติมลมยางที่แข็งเกินไป จะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนลดลง ส่งผลต่อการยึดเกาะ และเสี่ยงต่อการระเบิด หากเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง แต่หากปล่อยให้ลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้เกิดแรงต้านการหมุนสูงขึ้น ทำให้รถสิ้นเปลืองพลังงานและวิ่งได้ระยะทางน้อยลง
7. ตรวจเช็กน้ำยาหล่อเย็น

ตรวจเช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดเป็นประจำ เนื่องจากรถไฟฟ้ามีระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ด้วยของเหลว หากน้ำยาหล่อเย็นต่ำกว่ามาตรฐาน ระบบจะไม่สามารถลดอุณหภูมิแบตเตอรี่ได้ทัน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานในระยะยาว นอกจากนี้ ไม่ควรปรับเปลี่ยน หรือปิดการทำงาน ของระบบจัดการพลังงาน และระบบหล่อเย็น ที่วิศวกรติดตั้งมา เนื่องจากระบบเหล่านี้ ถูกออกแบบมา เพื่อปกป้องแบตเตอรี่ ภายใต้สภาวะอากาศสุดโต่งโดยเฉพาะ
8. ใช้ Eco Mode

การเลือกใช้ Eco Mode จะช่วยปรับแต่งอัตราเร่ง และควบคุมการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ รวมถึงการเปิดใช้งาน Cruise Control จะช่วยรักษาความเร็วให้คงที่ ประหยัดพลังงานได้มากกว่าการเร่ง และเบรกบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วสูงเกินจำเป็น เนื่องจากแรงต้านอากาศ จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณตามความเร็วรถ
9. ล้างรถด้วยน้ำเย็นก่อนออกเดินทาง

การราดน้ำเย็นก่อนออกเดินทางช่วยลดความร้อนสะสมในตัวถังได้ทันที เปลี่ยนรถจากเตาอบให้พร้อมใช้งาน ช่วยให้แอร์เย็นเร็วขึ้นโดยไม่ต้องทำงานหนัก และถนอมวัสดุภายในไม่ให้เสื่อมสภาพไว แนะนำให้ฉีดน้ำไล่จากหลังคา กระจก และแผงประตู รวมถึงซุ้มล้อ เพื่อลดอุณหภูมิยางและเบรกเพิ่มความปลอดภัย แล้วเช็ดให้แห้งเพื่อเลี่ยงคราบน้ำ ข้อควรระวัง คือห้ามฉีดน้ำใส่จานเบรกขณะร้อนจัด เพราะอาจทำให้จานคดร้าว และต้องเช็กให้แน่ใจ ว่าฝาปิดพอร์ตชาร์จปิดสนิทเรียบร้อยก่อนเริ่มทำความสะอาดทุกครั้ง
10. วางแผนการเดินทางล่วงหน้า

การขับขี่ทางไกล ควรใช้ระบบนำทางภายในรถหรือแอปพลิเคชันเสริม เช่น Google Maps หรือ A Better Route Planner (ABRP) เพื่อเลือกเส้นทางที่ประหยัดพลังงานที่สุด เน้นเส้นทางที่การจราจรไม่ติดขัดและทางที่ระดับความสูงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก สำหรับการแวะชาร์จระหว่างวัน ควรเลือกสถานีชาร์จที่มีหลังคา และชาร์จเพียง 80% เพื่อหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงท้ายของการชาร์จ
และนี่ก็คือ 10 เทคนิคในการดูแลรถยนต์ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน ที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกการเดินทางอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก: endolla.barcelon, greencars.com, moeveglobal.com, powerbank.green

