รวมทริคดูแลรถ EV ให้ปลอดภัยช่วงหน้าฝน

เข้าสู่ช่วงหน้าฝนทีไร เจ้าของรถยนต์ EV อาจจะรู้สึกกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับฝ่าพายุ หรือต้องลุยน้ำท่วมขัง แม้ความจริงแล้วรถยนต์ไฟฟ้าจะถูกออกแบบมา ให้ลุยน้ำได้อย่างปลอดภัยหายห่วง แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อความอุ่นใจ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น วันนี้เรามีทริคดี ๆ ในการดูแลรถ EV ช่วงหน้าฝน มาฝากกันอีกเช่นเคย

ดูแลรถ EV 01

รถ EV ลุยฝนได้ไหม?

คำตอบคือสามารถขับลุยฝนได้ปกติ เนื่องจากรถ EV ถูกออกแบบมาให้ทนต่อสภาพอากาศและน้ำอยู่แล้ว ระบบแบตเตอรี่และมอเตอร์ ถูกปิดผนึกอย่างหนาแน่น มีมาตรฐานการกันน้ำระดับ IP67 สามารถแช่น้ำลึก 1 เมตร ได้นาน 30 นาที ดังนั้นฝนตกหนักแค่ไหน ก็ขับได้เหมือนรถน้ำมัน

ชาร์จไฟตอนฝนตกได้ไหม?

สามารถทำได้ เนื่องจากระบบปลั๊กและหัวชาร์จ มีซีลยางกันน้ำ และช่องระบายน้ำทิ้ง รวมถึงระบบตัดไฟอัตโนมัติหากพบไฟรั่ว โดยวิธีที่ถูกต้อง ควรเช็ดมือให้แห้งก่อนจับหัวชาร์จ และพยายามอย่าให้หัวปลั๊กเปียกฝน ตอนกำลังจะเสียบเข้ากับตัวรถ

รวมทริคดูแลรถไฟฟ้าช่วงหน้าฝน

1.เช็กระบบไฟและการชาร์จ

  • เช็กซีลยาง ขอบยางประตู หน้าต่าง และฝาปิดพอร์ตชาร์จ ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยฉีกขาด เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • เลี่ยงชาร์จกลางแจ้งขณะฝนตกหนัก แม้ระบบจะมีซีลกันน้ำ แต่การเสียบปลั๊กขณะฝนสาดแรง ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงเรื่องความชื้นสะสมในพอร์ตชาร์จระยะยาว ควรเลือกชาร์จในที่ร่มที่มีหลังคาบัง
  • วางแผนสำรองแบตเตอรี่ ในหน้าฝนการจราจรมักติดขัดกว่าปกติ ควรสำรองไฟไว้เสมอ ไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำกว่า 15-20% ป้องกันรถดับกลางทางน้ำท่วม
  • เช็กระบบสายดินของเครื่องชาร์จ (Wallbox) อยู่เสมอ และควรถอดปลั๊กออก หากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง เพื่อป้องกันกระแสไฟกระชาก ที่อาจวิ่งเข้าสู่ระบบ On-Board Charger ของตัวรถ

2.เช็กแบตเตอรี่และใต้ท้องรถ

  • หมั่นสังเกตบริเวณที่เก็บแบตเตอรี่ หากพบรอยกระแทก รอยร้าว หรือคราบสนิม จากการสะสมของความชื้น ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการทันที
  • พ่นน้ำยากันสนิมใต้ท้องรถ เนื่องจากน้ำฝน และเศษโคลน อาจกัดกร่อนโครงสร้างโลหะได้

3.การขับขี่และการดูแลตัวรถ

  • เช็กสภาพดอกยาง เนื่องจากรถ EV มีแรงบิดสูง ทำให้ยางสึกหรอไว หากดอกยางต่ำกว่า 3 มม. ประสิทธิภาพในการรีดน้ำจะลดลงอย่างมาก และทำให้ระยะเบรกบนถนนเปียกยาวขึ้น
  • ขับช้า ๆ ใช้ความเร็วต่ำ ประมาณ 10 – 20 กม./ชม. เพื่อไม่ให้เกิดคลื่น และเลี่ยงน้ำท่วมขังระดับสูง ป้องกันน้ำเข้าสู่โมดูลควบคุม หรือเซนเซอร์ต่าง ๆ
  • ทำความสะอาดเซนเซอร์และกล้อง ที่อาจสกปรกจากฝนและโคลน เพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานได้แม่นยำ
  • ไล่ความชื้นในห้องโดยสาร เปิดแอร์โหมดไล่ฝ้า หรือเปิดให้อากาศหมุนเวียน ป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับ ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบกรองอากาศ PM 2.5 ในรถ

5 ข้อควรปฏิบัติทันที! หลังขับรถ EV ลุยน้ำท่วม

  1. หลังลุยน้ำ อย่าเพิ่งรีบจอดสนิท ให้ขับช้า ๆ แล้วเหยียบเบรกย้ำบ่อย ๆ เพื่อไล่ความชื้นออกจากผ้าเบรก ป้องกันอาการเบรกติดหรือเบรกไม่อยู่
  2. ใต้ท้องรถเป็นจุดสะสมของดินโคลนและน้ำขัง ควรฉีดล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อไม่ให้คราบสกปรกเกาะสะสมที่ชุดแพ็กแบตเตอรี่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสนิมในระยะยาว
  3. หลังจากขับลุยฝนหรือลุยน้ำ แบตเตอรี่จะมีความร้อนสะสม ควรจอดพักในที่ร่มประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้อุณหภูมิลดลง ก่อนเริ่มเสียบปลั๊กชาร์จ
  4. หากไฟเตือนขึ้น ห้ามฝืนขับและห้ามชาร์จ ให้หาที่จอดที่ปลอดภัย ดับเครื่องยนต์ และติดต่อศูนย์บริการทันที
  5. เช็กเงื่อนไขประกันภัย ว่าคุ้มครองกรณีน้ำท่วมขังระดับไหน เพราะหากเราฝืนขับลุยในระดับน้ำที่สูงเกินกว่าที่คู่มือรถกำหนด ประกันอาจมองว่าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ผู้ขับขี่ยอมรับเอง และอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้

หน้าฝนนี้ ขับขี่อย่างมั่นใจหายห่วง แค่นำทริคเหล่านี้ไปปรับใช้ ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานรถ EV คันโปรดของคุณ ให้ยาวนานขึ้นได้แล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก: กระทรวงพลังงาน , timesofindia.indiatimes.com , economictimes.indiatimes.com , futuretransport-news.com